การอ่านหนังสือและการร้องเพลง
หากคุณอ่านหนังสือให้ลูกฟังมาตั้งแต่ยังเป็นทารก คุณจะสังเกตเห็นว่าลูกเริ่มสนใจหนังสือมากขึ้น ลูกจะนั่งดูหนังสือและแกล้งทำเป็นอ่าน เล่าเรื่องให้ตัวเองฟัง พร้อมกับแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรูปภาพ




สร้างโลกที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและบทเพลง
- วางตู้หนังสือเล็กๆ ไว้ในห้องหรือในห้องนั่งเล่น ซึ่งลูกสามารถเก็บหนังสือเล่มโปรดไว้สักสองสามเล่ม และคุณสามารถเปลี่ยนเล่มใหม่ได้ทุกสัปดาห์ ควรจัดวางหนังสือให้มองเห็นด้านหน้าไม่ใช่สันปก วิธีนี้จะช่วยให้ลูกหาหนังสือที่ต้องการได้ง่าย และรูปภาพที่ด้านหน้าก็ดึงดูดสายตาลูกเช่นกัน
- หนังสือควรเป็นเรื่องราวเรียบง่ายเกี่ยวกับชีวิตจริงและสิ่งต่างๆ ที่พบเจอเมื่อออกไปสวนสาธารณะหรือร้านค้ากับคุณ หนังสือควรเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่พบเจอในชีวิต เช่น การไปหาหมอฟันหรือไปหาหมอ หลีกเลี่ยงจินตนาการในช่วงวัยนี้ เพราะลูกจำเป็นต้องเข้าใจชีวิตจริงก่อนจึงจะเข้าใจว่ามนุษย์บินไม่ได้และภูต ผี ปีศาจไม่มีอยู่จริง จินตนาการทำให้เขาสับสนในช่วงวัยนี้
- เรื่องราวต่างๆ ควรแฝงไปด้วยคุณธรรมที่ดี พยายามอย่านำเสนอหนังสือที่เด็กมีพฤติกรรมไม่ดี หนังสือเหล่านี้มีจุดประสงค์เพื่อให้เด็กสนุก ทว่าเด็กเล็กหนังสือเหล่านี้กลับเป็นตัวอย่างพฤติกรรมที่ไม่ดีให้เด็กลอกแบบ
- หลีกเลี่ยงหนังสือที่อาจสร้างความหวาดกลัวให้กับเด็กในวัยนี้ เช่น นิทานเกี่ยวกับสิ่งที่อาจซ่อนอยู่ในความมืด ตราบใดที่เราไม่มองว่าความมืดเป็นสิ่งที่น่ากลัว เด็กๆ ก็จะไม่เกิดความกลัวต่อความมืด
- ค้นหาหนังสือที่มีเพลงที่คุณสามารถร้องร่วมกันได้ แล้วดูรูปภาพและบทกลอนที่ซ้ำๆ เพื่อให้ลูกของคุณเริ่มคาดเดาคำศัพท์ได้
- ลองหาเพลงง่ายๆ ที่มีท่าทางประกอบไม่มากคุณและลูกสามารถทำร่วมกันได้ การเล่นนิ้วที่คุณสามารถใช้นิ้วสร้างท่าทางประกอบต่างๆ น่าจะเป็นที่ชื่นชอบของเด็กวัยนี้ที่เพิ่งหัดใช้มือ
เชื่อมโยงลูกของคุณกับเรื่องราวและบทเพลง
- แสดงให้ลูกเห็นวิธีพลิกหน้าหนังสือโดยการแยกส่วนการเคลื่อนไหวเมื่อคุณทำ และจัดการหนังสือด้วยความระมัดระวังและเคารพตัวเองเสมอ
- ในขั้นตอนนี้ คุณสามารถเริ่มใช้รูปภาพในหนังสือเพื่อกระตุ้นให้ลูกสนทนาและสอนคำศัพท์ใหม่ๆ ได้ ชี้ไปที่รูปสุนัขแล้วถามว่า “นั่นอะไร” รอให้ลูกตอบ และถ้าจำเป็น ให้พูดว่า “นั่นคือสุนัข” ถ้าลูกรู้จักคำนั้น ให้พูดซ้ำว่า “ใช่ นั่นคือสุนัข” ถ้าลูกตอบว่า “แมว” ให้สอนคำนั้นในเชิงบวก “ใช่ มันเป็นสีดำเหมือนแมวของเรา แต่มันคือสุนัข”
- ร้องเพลงกับลูกของคุณทุกวันโดยใช้เพลง กลอน และเพลงประกอบท่าทางเล็กๆ น้อยๆ ที่คุณสามารถร้องซ้ำกับลูกได้บ่อยๆ เพื่อให้ลูกเริ่มร่วมร้องเพลงกับคุณ
จัดเวลาอ่านหนังสือและร้องเพลงกับลูกของคุณ
- ควรมีสถานที่และเวลาอ่านหนังสือต่อให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนเงียบๆ ระหว่างวันและก่อนนอน เตรียมหนังสือไว้ด้วยหากคุณต้องอยู่ในที่แคบๆ เช่น ในรถยนต์หรือรถประจำทาง หรือในห้องรอพบแพทย์ เพื่อให้คุณมีวิธีที่สร้างสรรค์ในการดึงดูดความสนใจและทำกิจกรรมกับลูก
ตัวอย่างการเล่นนิ้วและเพลงประกอบท่าทาง
อินซี่ วินซี่ สไปเดอร์
แมงมุมลายตัวนั้นฉันเห็นมันซมซานเหลือทน [ใช้นิ้วก้อยข้างหนึ่งและนิ้วหัวแม่มืออีกข้างหนึ่งสลับกันเพื่อปีนป่าย] วันหนึ่งมันเปียกฝน ไหลหล่นจากบนหลังคา [บิดนิ้วมือทั้งสองข้างเพื่อแสดงว่าฝนตก] พระอาทิตย์ส่องแสง ฝนแห้งเหือดไปลับตา [ทำเส้นโค้งด้วยมือทั้งสองข้างเพื่อแสดงว่าแดดออก] มันจึงไต่ขึ้นฝาหันหลังมาทำตาลุกวาว ! [ใช้นิ้วก้อยข้างหนึ่งและนิ้วหัวแม่มืออีกข้างหนึ่งสลับกันเพื่อปีนป่ายอีกครั้ง]
สิบนิ้วเล็กๆ
ฉันมีสิบนิ้ว [ยกมือทั้งสองขึ้น กางนิ้วออก] และนิ้วทั้งหมดเป็นของฉัน [ชี้มาที่ตัวเอง] ฉันทำอะไรกับมันได้ คุณอยากเห็นไหม ฉันกำมือแน่นได้ [กำมือ] ฉันกางมือออกได้ [กางมือ] ฉันกำมันรวมกันได้ [ประสานฝ่ามือเข้าด้วยกัน] ฉันทำให้มันซ่อนได้ [เอามือไว้ข้างหลัง] ฉันทำให้กระโดดสูงได้ [ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ] ฉันทำให้มันกระโดดต่ำได้ วางมือลงบนพื้น] ฉันรวมมันอยู่เงียบๆ ได้ [กำมือไว้บนตัก] และวางมือไว้แบบนี้
